โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (กรมวิทยาศาสตร์บริการ)
ความเป็นมา
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ (อพ.สธ.) ได้เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สถาบันต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการศึกษาพืชพันธุ์ต่างๆ และบุคคลที่สนใจ ได้มีโอกาสปฏิบัติงานศึกษาพืชพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย ได้ศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์ รวบรวมเป็นหลักฐานไว้ และเพื่อเป็นสื่อในระหว่างสถาบันต่างๆ บุคคลต่างๆ ที่ทำหารศึกษาให้สามารถร่วมใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้การศึกษาไม่ซ้ำซ้อนสามารถดำเนินการได้ก้าวหน้าเป็นประโยชน์ในทางวิชาการได้
วศ. ได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ โดยหน้าที่ด้านการวิเคราะห์สารอาหารและองค์ประกอบสำคัญในพืชและพันธุ์ไม้ไทยต่างๆ ของท้องถิ่นหรือชุมชน ซึ่งหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น มะเกี๋ยง มะตูม ลุกชิด เพื่อใช้ในการอ้างอิงเพื่อการปกปักษ์รักษา และคัดเลือกสายพันธุ์เด่น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และการใช้ประโยชน์อย่างนั่งยืน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อศึกษาองค์ประกอบและคุณค่าทางโภชนาการอาหารและผลงาน
2. เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์พันธุ์ต้นลานในประเทศไทย
3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการทำงานในเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
รายละเอียดการดำเนินโครงการฯ
ได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและสารองค์ประกอบของผลต๋าวหรือลุกชิด ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ โดยชุมชนอนุรักษ์ต๋าว จ.ปราจีนบุรีได้อนุเคราะห์การเก็บตัวอย่างผลต๋าวสด (ผลต๋าวหรือลุกชิด เป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมากในแต่ละปี จึงมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น ลาว) และศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับต้นลานและลูกลานจากข้อมูลหลายแหล่งและเก็บตัวอย่างผลลานสดของต้นลานใรพื้นที่
โครงการฯ ได้ศึกษาสภาพภูมิประเทศ ในบริเวณที่ปลูกต้นลานรวมถึงวงจรชีวิตและลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นลาน และสุ่มเก็บตัวอย่างลูกลานสดในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาทดสอบหาองค์ประกอบอาหาร รายการความชื้น ไขมัน กก ใยอาหาร เถ้า น้ำตาล แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส คลอไรต์ เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม วิตามินซี วิตามินบี1 และ บี๒ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
สถานที่ดำเนินงาน
ภาคกลาง ที่เขตอำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี ที่บ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านโนนสูงมัน บ้านบุพราหมณ์และภายในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน (พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยมีจำนวนต้นลานมากที่สุด ซึ่งยังคงการเพาะพันธุ์และการขยายพันธุ์ลาน เพื่อนำไปปลูกในเขตอุทยานฯ อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากไม่มีการปลูกต้นลานทดแทน พื้นที่แห่งนี้อาจรักษาต้นลานไว้ไม่ได้ เนื่องจากต้นลานใช้เวลานานถึงราว 60 ปี จึงจะออกดอกและผลหลังจากให้ผลแล้ว ต้นลานจะตาย)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ป่าสงวนแห่งชาติดงลาน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
กลุ่มเป้าหมายผู้ที่ได้รับประโยชน์
1. บุคคลและประชาชนทั่วไปที่สนใจ
2. หน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่เขตอนุรักษ์ป่าลาน
งบประมาณ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้รับงบประมาณ จำนวน 175000 บาท
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ขอตั้งงบประมาณ จำนวน 250000 บาท
แผนการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
- สำรวจแหล่งของต้นลานในเขตจังหวัดภาคกลาง ภาคตะวันออกแยงเหนือ
- วิเคราะห์องค์ประกอบและสารอาหารของผลลานสดและผลลานแปรรูป เช่น ผลลานเชื่อม, ผลลานลอยแก้ว เป็นต้น
แผนการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
- ศึกษาองค์ประกอบและสารอาหารของผลมะเกี๋ยงที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ (อพ.สธ.) ได้คัดเลือกและปลูกในเขตจังหวัดน่าน ตั้งแต่ปี 2546 – 2547 ซึ่งให้ผลแล้ว ผลมะเกี๋ยงจากต้นจะมีความแตกต่างชองสารอาหารเนื่องจากมีหลายสายพันธุ์ และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ (อพ.สธ.) ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการจำแนกสายพันธุ์ เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกพันธุ์พืชที่ควรส่งเสริมและอนุรักษ์ต่อไป
- ศึกษาองค์ประกอบของผลลานในเขตจังหวัดภาคใต้
ประโยชน์ที่ได้รับ
ผลลัพธ์ทางตรง
1. มีข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการและสางองค์ประกอบในลูกลานเพื่อใช้เป็นข้อมูลในเชิงอนุรักษ์พันธุ์ต้นลานในประเทศไทย
2. ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นได้รับรู้ข้อมูลเรื่องประโยชน์ของต้นลานและตระหนักถึงความสำคัญของต้นลานในเชิงนิเวศวิทยา
3. เป็นการส่งเสริมให้มีการปลูกต้นลานในชุมชนมากยิ่งขึ้นและให้มีการอนุรักษ์พันธุ์ต้นลานซึ่งเป็นพืชที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
4. เกิดความร่วมมือและการทำงานในเชิงบูรราการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน
5. เพิ่มพื้นที่ป่าลานให้มีจำนวนมากขึ้น ส่งผลต่อการพัมนาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์โดยรวมภายในบริเวณชุมชน
ผลลัพธ์ทางอ้อม
1. ทำให้เกิดพื้นที่ป่าลานและต้นลานภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในพื้นที่สมดุลมากยิ่งขึ้น
2. ประชาชนในชุมชนพื้นที่มีอาชีพ มีรายได้มากยิ่งขึ้นจากการนำวัตถุดิบจากต้นลานมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ
3. ประชาชนในชุมชนพื้นที่อพยพหรือย้ายถิ่นเข้ามาทำงานในเมืองน้อยลง


